|
วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554
“กาแฟ”ดื่มดีได้ ดื่มร้ายเสียประโยชน์
'ริดสีดวงจมูก'ภัยใกล้ตัวผู้ป่วยหวัด...ภูมิแพ้
| 'ริดสีดวงจมูก'ภัยใกล้ตัวผู้ป่วยหวัด...ภูมิแพ้ |
ในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอป่วยเป็นหวัดมีอาการจาม คัดแน่นจมูก ฯลฯ ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีความผิดปกติใดๆ แต่หากต้องเผชิญกับอาการหวัดบ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีอาการของไซนัสอักเสบร่วมด้วยอย่านิ่งนอนใจเพราะอาจจะเผชิญกับ โรคริดสีดวงจมูก ก้อนริดสีดวงจมูกอาจจะมีลักษณะสีขาว สีแดงโดยสีแดงที่ปรากฏนั้นแสดงว่าอาจจะยังมีการอักเสบหรือติดเชื้ออยู่และบาง ทีอาจจะเป็นสีเทา ซึ่งสาเหตุของโรคในปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่อย่างไรก็ตามมีปัจจัยสำคัญเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุร่วมกันซึ่งหากแยกเป็นข้อๆ พบได้ดังนี้คือ อาจมีการติดเชื้อ การอักเสบเป็นๆ หายๆ ตลอดเวลาส่งผลให้เยื่อจมูกและเยื่อบุไซนัสเกิดการบวม อีกทั้งสาเหตุน่าจะเกิดจากความผิดปกติของการตอบสนองของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของหลอดเลือดและอีกสาเหตุเกิดจากภาวะความไวเกินของหลอดเลือดที่มาเลี้ยงเยื่อบุจมูกและเยื่อบุไซนัสซึ่งทำให้เกิดการบวมของเยื่อบุจมูก นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบไหลเวียนภายในจมูก อีกทั้งผู้ป่วยอาจมีโรคบางอย่างเช่น หอบหืด การแพ้ยาแอสไพรินซึ่งก็สามารถทำให้เกิดโรคได้ รวมทั้งสภาพแวดล้อม พันธุกรรมก็ทำให้เกิดโรคได้ร่วมด้วย ส่วนอีกสัญญาณของโรคมักพบในกลุ่มผู้ป่วยภูมิแพ้ซึ่งหากเป็นไซนัสอักเสบบ่อยเป็น ๆ หาย ๆ อุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นของริดสีดวงจมูกก็เป็นไปได้มากกว่าคนปกติ แต่อย่างไรแล้วปัจจุบันการแพทย์มีความก้าวหน้าสามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้ด้วยกล้องขนาดเล็กซึ่งจะส่องเข้าไปในโพรงจมูกเพื่อตรวจวินิจฉัยซึ่งในวิทยาการนี้สามารถพบได้นับแต่ที่ยังมีขนาดเล็ก “ผู้ป่วยที่เป็นโรคริดสีดวงจมูกจะมาด้วยอาการแน่นจมูก เป็นหวัดบ่อย ๆ มีน้ำมูกไหลและถ้าก้อนริดสีดวงใหญ่มากจะไม่สามารถรับรู้กลิ่นได้ บางครั้งอาจมีเลือดออกในจมูกร่วมด้วยซึ่งสิ่งนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวัง รีบรับการตรวจวินิจฉัยเพราะอาจจะเป็นโรคริดสีดวงจมูกหรืออาจจะเป็นเนื้องอกที่ไม่ใช่ริดสีดวง ดังนั้นเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นก่อนที่จะลุกลามไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติในโพรงจมูกและบางกรณีแพทย์อาจจะตรวจทดสอบภูมิแพ้ร่วมด้วยเพื่อที่จะได้ทราบและหลีกเลี่ยง” ริดสีดวงจมูกพบได้หลายก้อนและมักพบทั้งสองข้างของโพรงจมูก มีทั้งขนาดก้อนใหญ่และเล็ก ทำให้ผู้ป่วยคัดแน่นจมูกซึ่งหากเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้หายใจลำบาก ต้องหายใจทางปาก มีอาการนอนกรนและหากปล่อยทิ้งไว้โดยผู้ป่วยไม่มาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา ก้อนริดสีดวงที่ใหญ่ขึ้นจะดันส่งผลให้จมูก และใบหน้าเปลี่ยนรูปไป ในบางรายถ้ามีไซนัสอักเสบร่วมด้วยอาจจะมีกลิ่นเหม็นในจมูก มีหนองไหล เสมหะมีสีขาวขุ่น เหลืองเขียว ปวดตื้อบริเวณแก้มหรือสันจมูกฯลฯ ซึ่งหากตรวจพบเร็วก็สามารถรักษาได้เร็วซึ่งโอกาสที่จะหายก็มีมาก ในส่วนของการรักษามีทั้ง การใช้ยาสเตียรอยด์ ซึ่งมีทั้งชนิดพ่น กินและฉีดซึ่งยาจะช่วยลดขนาดของริดสีดวงจมูกและป้องกันไม่ให้มีขนาดโตขึ้น นอกจากนี้รักษาด้วยวิธี การผ่าตัด รวมทั้งหลีกเลี่ยงจากปัจจัยเสริมที่กระตุ้นการเกิดโรค อย่างเช่น ถ้าเป็นภูมิแพ้ก็ควรรักษาโรคภูมิแพ้ แพ้แอสไพรินก็ควรหลีกเลี่ยงหรือถ้าเป็นหอบ หืดก็ควรดูแลรักษาสุขภาพ ฯลฯโดยแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัย จากที่มีการศึกษารวบรวมสถิติไว้ ริดสีดวงจมูกจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ช่วงอายุเฉลี่ย 20-40 ปี ส่วนที่พบที่อายุน้อยกว่านี้ต้องระวังมากขึ้นเพราะอาจจะกลายเป็นเนื้องอกชนิดอื่นที่ไม่ใช่ริดสีดวงจมูก ขณะเดียวกันถ้าพบในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปีก็ต้องไม่นิ่งนอนใจอาจเกี่ยวเนื่องกับมะเร็ง ดังนั้นก่อนต้องเผชิญกับโรคดังกล่าวแพทย์ท่านเดิมให้คำแนะนำว่า หากมีอาการหวัดเรื้อรังเป็น ๆ หาย ๆ บ่อยครั้งและเริ่มจะมีอาการดังที่กล่าวมา อย่านิ่งนอนใจควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแผนกหู คอ จมูกเพื่อได้รับการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่น ๆ ซึ่งหากมีความสัมพันธ์กับโรคอื่นไม่ว่าจะเป็นไซนัสอักเสบหรือในบางกรณีอาจมีเรื่องของหอบ หืดร่วมด้วยก็จะได้รับการรักษาทันท่วงที อีกทั้งในการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หลากหลาย ออกกำลังกายเป็นประจำและพักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งหลีกไกลจากพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพก็จะช่วยให้หลีกไกลพ้นจากความเจ็บป่วยทั้งปวงอีกด้วย. |
รู้ทัน! สารพิษในเสื้อผ้า 'โนนิลฟีนอล' อันตรายมากกว่าปลากลายพันธุ์!
|
**ยางลบกะดินสอ..
**ยางลบกะดินสอ..
......
มีดินสอที่เขียนอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่แท่งหนึ่ง
มียางลบที่ลบอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่ก้อนหนึ่ง
ฟังดูอาจตลกทุกคนอาจคิดว่าดินสอกับยางลบเป็นของคู่กันแต่ลองอ่านดูก่อนนะ
ดินสอแท่งนั้นเป็นเพื่อนกับยางลบก้อนนั้น ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันทำอะไรด้วยกัน
หน้าที่ของดินสอก็คือเขียน มันจึงเขียนทุกที่ทุกอย่างเสมอตลอดเวลาที่อยู่กับยางลบ
หน้าที่ของยางลบก็คือลบ มันจึงลบทุกอย่างที่ดินสอเขียนทุกที่ทุกเวลา
เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี ทุกอย่างก็ยังดำเนินเหมือนเดิมเรื่อยมา
จนกระทั่งดินสอเอ่ยกับยางลบว่า เรากับนายคงอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว
ยางลบจึงถามว่าทำไมล่ะ ดินสอจึงตอบกลับไปว่า
ก็เราเขียนนายลบแล้วมันก็ไม่เหลืออะไรเลย
ยางลบจึงเถียงว่า เราทำตามหน้าที่ของเราเราไม่ผิด
ทั้งคู่จึงแยกทางกัน
ดินสอพอแยกทางกับยางลบมันก็ดีใจที่สามารถเขียนอะไรได้ตามใจมัน
แต่พอเวลาผ่านไปมันเริ่มเขียนผิดข้อความที่สวยๆที่มันเคยเขียนได้ก็สกปรก
มีแต่ รอยขีดทิ้งเต็มไปหมด มันคิดถึงยางลบจับใจ
ฝ่ายยางลบพอแยกทางกับดินสอมันก็ดีใจที่ตัวมันไม่ต้องเปื้อนอีกต่อไป
พอเวลาผ่านไป มันกลับใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าเพราะไม่มีอะไรให้ลบ
มันคิดถึงดินสอจับใจ
ทั้งคู่จึง กลับมาอยู่ด้วยกันใหม่
คราวนี้ดินสอเขียนน้อยลงเขียนแต่สิ่งที่ดี
ส่วนยางลบก็ลบเฉพาะที่ดินสอเขียนผิด เท่านั้น
ถ้าเปรียบการเขียนเป็นการจำดินสอ ในตอนแรกก็จำทุกเรื่องทั้งดีและไม่ดี
แต่พอเปลี่ยนไป มันก็หัดเลือกจำแต่สิ่งดีๆเท่านั้น
ส่วนการลบเปรียบเหมือนการลืม ยางลบในตอนแรกก็ลืมทุกอย่างทั้งดีและไม่ดี
แต่ทุกครั้งที่ลืมเรื่องไม่ดีตัวมันก็จะสกปรกแต่ตอนหลังมันเลือกลืมแต่เรื่องไม่ดี
หรือ คือการให้อภัยนั่นเอง
ฉะนั้น
การเปรียบการเดินทางของทั้งคู่ดุจมิตรภาพ
คือ การจำแต่สิ่งดีๆ และลืมในสิ่งที่อาจผิดพลาดบ้าง
ขอให้ทุกคนเป็นอย่างดินสอกับอย่างลบตอนหลังนะ
......
มีดินสอที่เขียนอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่แท่งหนึ่ง
มียางลบที่ลบอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่ก้อนหนึ่ง
ฟังดูอาจตลกทุกคนอาจคิดว่าดินสอกับยางลบเป็นของคู่กันแต่ลองอ่านดูก่อนนะ
ดินสอแท่งนั้นเป็นเพื่อนกับยางลบก้อนนั้น ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันทำอะไรด้วยกัน
หน้าที่ของดินสอก็คือเขียน มันจึงเขียนทุกที่ทุกอย่างเสมอตลอดเวลาที่อยู่กับยางลบ
หน้าที่ของยางลบก็คือลบ มันจึงลบทุกอย่างที่ดินสอเขียนทุกที่ทุกเวลา
เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี ทุกอย่างก็ยังดำเนินเหมือนเดิมเรื่อยมา
จนกระทั่งดินสอเอ่ยกับยางลบว่า เรากับนายคงอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว
ยางลบจึงถามว่าทำไมล่ะ ดินสอจึงตอบกลับไปว่า
ก็เราเขียนนายลบแล้วมันก็ไม่เหลืออะไรเลย
ยางลบจึงเถียงว่า เราทำตามหน้าที่ของเราเราไม่ผิด
ทั้งคู่จึงแยกทางกัน
ดินสอพอแยกทางกับยางลบมันก็ดีใจที่สามารถเขียนอะไรได้ตามใจมัน
แต่พอเวลาผ่านไปมันเริ่มเขียนผิดข้อความที่สวยๆที่มันเคยเขียนได้ก็สกปรก
มีแต่ รอยขีดทิ้งเต็มไปหมด มันคิดถึงยางลบจับใจ
ฝ่ายยางลบพอแยกทางกับดินสอมันก็ดีใจที่ตัวมันไม่ต้องเปื้อนอีกต่อไป
พอเวลาผ่านไป มันกลับใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าเพราะไม่มีอะไรให้ลบ
มันคิดถึงดินสอจับใจ
ทั้งคู่จึง กลับมาอยู่ด้วยกันใหม่
คราวนี้ดินสอเขียนน้อยลงเขียนแต่สิ่งที่ดี
ส่วนยางลบก็ลบเฉพาะที่ดินสอเขียนผิด เท่านั้น
ถ้าเปรียบการเขียนเป็นการจำดินสอ ในตอนแรกก็จำทุกเรื่องทั้งดีและไม่ดี
แต่พอเปลี่ยนไป มันก็หัดเลือกจำแต่สิ่งดีๆเท่านั้น
ส่วนการลบเปรียบเหมือนการลืม ยางลบในตอนแรกก็ลืมทุกอย่างทั้งดีและไม่ดี
แต่ทุกครั้งที่ลืมเรื่องไม่ดีตัวมันก็จะสกปรกแต่ตอนหลังมันเลือกลืมแต่เรื่องไม่ดี
หรือ คือการให้อภัยนั่นเอง
ฉะนั้น
การเปรียบการเดินทางของทั้งคู่ดุจมิตรภาพ
คือ การจำแต่สิ่งดีๆ และลืมในสิ่งที่อาจผิดพลาดบ้าง
ขอให้ทุกคนเป็นอย่างดินสอกับอย่างลบตอนหลังนะ
วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554
11 วิธีการป้องกันโจรร้าย
11 วิธีการป้องกันโจรร้าย
สมัยนี้โจรร้ายช่างเหิมเกริมเป็นอย่างมาก พิธีกรสาวถูกยกเค้าไปถึง 4 ครั้งในรอบไม่กี่เดือน วันนี้สาระน่ารู้มี 11 วิธีการป้องกันโจรร้าย จากสถานนีตำรวจทุ่งมหาเมฆมาฝากทุกคนเพื่อป้องกันระวังตัว
1. ไม่ควรทิ้งบ้านไว้โดยไม่มีคนเฝ้าดูแล ควรให้มีคนที่ไว้วางใจอยู่เฝ้าดูแลบ้าน และควรตรวจสอบว่าปิดประตู หน้าต่างใส่กลอนเรียบร้อยแล้ว ก่อนออกจากบ้าน
2. กรณีที่ไม่อยู่บ้านควรขอความร่วมมือจากเพื่อนบ้าน ฝากให้ช่วยดูแลบ้านให้ด้วย
3. ที่ว่างเปล่าที่อยู่ติดกับที่พักอาศัยไม่ควรปล่อยให้มีต้นไม้ หรือหญ้าขึ้นสูง เพราะคนร้ายอาจใช้เป็นที่กาบังเข้าทาการลักทรัพย์ และใช้เป็นที่ซ่อนตัว หรือหลบหนี
4. ควรเลี้ยงสุนัขไว้เพื่อช่วยเตือนภัย และขังสุนัขไว้ในกรงป้องกันการถูกวางยา
5. เมื่อมีผู้โทรศัพท์มาถามว่ามีใครอยู่บ้านหรือไม่? ให้ตอบไปว่ามีอยู่กันหลายคน
6. ควรเล่ารายละเอียดกลอุบายต่างๆของคนร้ายให้กับคนรับใช้ หรือผู้ที่พักอาศัยทราบเพื่อเตือนสติอย่าให้หลงเชื่อเล่ห์เหลี่ยมของคนร้าย และมีการเตรียมพร้อมในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น
7. การติดตั้งสัญญาณแจ้งภัยควรใช้สัญญาณไซเรน เนื่องจากคนร้ายมักจะกลัวเสียงดัง และช่วยให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงได้ยินจะได้ช่วยเหลือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตารวจทราบทันถ่วงที!
8. หยุดรับหนังสือพิมพ์กรณีไม่มีคนอยู่บ้าน เพราะหากไม่มีผู้รับจะเป็นที่สังเกตว่าไม่มีคนอยู่บ้าน
9. การจ้างคนงาน คนรับใช้ หรือพนักงาน ควรมีสาเนาบัตรประชาชน หรือบัตรประจาตัวต่างๆ ถ่ายรูป และจดรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ญาติพี่น้อง เพื่อทราบที่อยู่ความเป็นมา อาชีพดั้งเดิม ความประพฤติตลอดจนญาติพี่น้อง หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ตารวจพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อทาการตรวจสอบประวัติก็ให้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตารวจท้องที่
10. เมื่อทราบว่ามีคนร้ายเข้าบ้าน อย่าพยายามจับคนร้ายด้วยตนเอง เพราะอาจได้รับอันตรายให้รีบแจ้งให้ตารวจทันที
11. ให้รักษาสถานที่เกิดเหตุไว้ ห้ามเคลื่อนย้ายจนกว่าเจ้าหน้าที่ตารวจจะมาถึง
น้ำมันมะกอก สาระพัดประโยชน์ ลดเสียงกรน
น้ำมันมะกอก สาระพัดประโยชน์ ลดเสียงกรน
คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำมันมะกอก เป็นนำมันพิเศษที่มีสรรพคุณแก้สาระพัดโรค ควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด จึงช่วยป้องกัน
โรคหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะการแก้อาการนอนกรนได้อีกด้วย วันนี้มีทำความรู้จัดน้ำมันมะกอกกันดีกว่าครับ
มะกอกจัดเป็นผลไม้ที่มีเม็ดในแข็ง หนึ่งลูกจะมีหนึ่งเมล็ด เป็นพืชที่ทนได้ทุกสภาวะอากาศ ดอกมะกอกจะออกช่อในช่วงปลายฤดูหนาว มีดอกเล็กๆ สีขาว ผลจะโตเต็มที่ประมาณ 7-8 เดือนหลังออกดอกลำต้นจะสูงตั้งแต่ 3 เมตร จนถึง 18 เมตร ใบเรียวยาวสีเขียวเข้ม มีหลากหลายพันธุ์
น้ำมันมะกอก เป็นน้ำมันจากพืชที่แม้จะมีแคลอรี่สูง แต่มีข้อดีคือมีกรดไขมันชนิดที่เป็นประโยชน์กับร่างกายสูง และเป็นไขมันชั้นดี
ซึ่งเป็นตัวควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด จึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้ นอกจากนี้ในน้ำมันมะกอกยังประกอบด้วย
วิตามินวิตามินเอ และอี ที่เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ทำให้น้ำมันมะกอกไม่เหม็นหืน โดยไม่ต้องเติมสารกันหืนเหมือนน้ำมันพืช
บางชนิด
ตัวผลมีรสขมและฝาด เมื่อแก่จัดสีจะเปลี่ยนจากเขียวจนเป็นสีคล้ำจนเกือบดำ มะกอกเป็นผลไม้ที่มีน้ำมันมากที่สุด ในผลมะกอกที่แก่จัด 100 กรัม ให้น้ำมันถึง 20-30 กรัม การสกัดเอาน้ำมันต้องเลือกผลที่แก่จัด จึงจะได้น้ำมันมะกอกที่มีประสิทธิภาพ
น้ำมันมะกอกถึงแม้จะมีแคลอรี่สูง แต่มีข้อดี คือ มีกรดไขมันชนิดที่เป็นประโยชน์กับร่างกายสูง ทำให้ไม่เกิดไขมันสะสมในร่างกาย และน้ำมันมะกอกยังช่วยให้คนที่มีอาการนอนกรนลดเสียงกรนให้เบาลงได้ ด้วยการกินน้ำมันมะกอกสำหรับทำอาหาร ซึ่งควรเลือกแบบ EXTRA VIRGIN OLIVE OIL เพราะ เป็นแบบบริสุทธิ์ มีสีเขียวเข้มใส และนิยมนำมาใช้ในการทำสลัด
กินสัก 4-5 หยดก่อนนอน ทำอย่างต่อเนื่อง และทำควบคู่ไปกับวิธีดูแลสุขภาพอื่นๆ ร่วมด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับมาตรฐาน จะช่วยแก้ปัญหานอนกรนให้หมดไปได้
นอกจากคุณสมบัติต่างๆ ที่ไ่ด้กล่าวไปแล้วน้ำมันมะกอกยังสามารถนำมาปรุงอาหารได้ดีอีกด้วย
1. นำมาใช้เป็นส่วนผสมในการทำน้ำสลัด หรือน้ำจิ้ม
2. นำมาใช้ในการผัด ชนิดที่ใช้น้ำมันน้อย เช่นผัดผักเร็ว ๆ ผัดกระเพรา มักกะโรนี สปาเก็ตตี หรือ พาสต้า
3. นำมาใช้ในการหมักเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ ก่อนที่จะนำไปอบจะทำให้เนื้อนุ่มขึ้น
4. ใช้เป็นน้ำมันสำหรับทอด จะช่วยให้อาหารไม่อมน้ำมันเนื่องจากน้ำมันมะกอกจะให้ความร้อนสูง ทำให้อาหารสุกทั่วถึงอย่างรวดเร็ว ไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)